10 เมืองมหัศจรรย์ติดภูเขา ที่ใครๆก็อยากไปเยือนสักครั้ง

ทุกคนมีความฝัน และความฝันจะเป็นเจอได้ก็เกิดที่ตัวพวกคุณ วันนี้ ณ ตอนนี้ mountains everything ขอนำคุณผู้ชมทุกท่านไปพบกับ 10เมืองติดภูเขา ที่ทุกคนมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะไป ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม น่าหลงใหลมีเสน่ห์ งั้นเราไปชมกันเลยดีกว่า

  1. เมือง Zurich ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซูริคตั้งอยู่ทางทิศเหนือของสวิตเซอร์แลนด์และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสวิต นอกจากนี้ซูริคยังเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศอีกด้วย ด้วยความเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจทำให้ซูริคมีความเจริญทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก แต่เทคโนโลยีเหล่านั้นกลับผสมผสานกับความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว ทำให้ซูริคมีความสวยงามและมีเส่นห์เป็นของตัวเอง การเดินทางเข้าสู่เมืองซูริคนั้นหากเดินทางโดยเครื่องบินนั้นจะมาลงที่สนามบิน Zurich Flughafen (Zurich Airport)จากสนามบินนั้นสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Zurich HB ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ใจกลางเมืองซูริค หากเดินทางมาจากประเทศอื่นโดยรถไฟสามารถมาลงที่สถานี Zurich HB ได้เลย การขึ้นรถไฟนั้นหากไม่ได้

2. เมือง Chamonix ประเทศฝรั่งเศษ เมืองชาโมนิกซ์ ตั้งอยู่ในแคว้นโอแวน โคญ เเอลป์ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส มีอาณาเขตติดกับชายแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี เมืองชาโมนิกซ์ถูกล้อมรอบด้วยหุบเขา ซึ่งหนึ่งในยอดเขาที่โด่งดังที่สุดคือมองบลังค์ ซึ่งเป็นยอดเขาในเทือกเขาแอลป์ที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ทอดยาวมาตั้งแต่ประเทศสโลวีเนียจนจบที่ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันเป็นฤดูกาลที่มีหิมะปกคลุมยอดเขา ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงเวลาทองของกีฬาฤดูหนาวอย่างสกีและสโนบอร์ด

3. เมือง Zermatt ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแซร์มัท (Zermatt) อยู่ทางใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ใกล้ๆ กับชายแดนประเทศอิตาลี ยอดเขามัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ยอดเขาที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ เป็นสัญลักษณ์ของช็อคโกแลตยี่ห้อดังอย่าง Tobleron ก็อยู่ในเมืองนี้เช่นกัน ในช่วงฤดูร้อนคุณสามารถเดินสำรวจเส้นทางเดินป่ากว่า 400 กิโลเมตร (250 ไมล์) แล้วเมื่อกลับเข้ามาในเมือง อย่าลืมหาเครื่องดื่มดีๆ สักแก้ว แล้วไปนั่งจิบในลานกว้างๆ ที่มีฉากหลังเป็นยอดเขามัทเทอร์ฮอร์น

4. เมือง Grenoble ประเทศฝรั่งเศษ เมืองเกรอน็อบล์ประเทศฝรั่งเศสได้รับการเรียกอย่างไม่เป็นทางการเมืองหลวงของเทือกเขาแอลป์ฝรั่งเศสเนื่องจากใกล้กับภูเขา แต่ในเวลาเดียวกันก็ถือว่าเป็นที่ราบลุ่มที่สุดในทวีปยุโรป การตั้งถิ่นฐานตั้งอยู่ที่จุดบรรจบกันของแม่น้ำ Drak และ Isere ล้อมรอบไปด้วยยอดเขาของภูเขา แต่แม้ในความเป็นจริงแล้วภูมิทัศน์ของ Grenoble ไม่เหมือนเนินเขาแม้แต่ระยะไกล ที่นี่สถาปัตยกรรมแบบโบราณกลมกลืนกับความทันสมัย และเมืองเดียวกันถือว่าเป็นศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยของประเทศ

5. เมือง Torla ประเทศสเปน เมืองตอร์ลา หรืออีกชื่อก็คือ Torla-Ordesa เมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์แห่งนี้อยู่ทางภาคเหนือของสเปน เป็นหนึ่งในเมืองภูเขาที่ดีที่สุดในยุโรปสำหรับการสำรวจ เมื่อพูดถึงอาหาร? … มุ่งหน้าไปที่ La Brecha เพื่อรับประทานเนื้อแกะย่างซึ่งเป็นอาหารที่เพอร์เฟคสุดๆ หลังจากเดินป่ามาทั้งวัน ช่างรู้สึกดีเสียจริงๆ

6. เมือง Cesky Krunlov ประเทศสาธารณรัฐเช็ก Český Krumlov เป็นเมืองหนึ่งที่มีความสวยงามไม่แพ้เมืองอื่นๆ ในยุโรปเลย จึงทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับความนิยมในการเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่สอง รองจากเมืองหลวงของประเทศกันเลยทีเดียว Český Krumlov เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 700 ปี และในปี 1992 เมือง Český Krumlov แห่งนี้ได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลก จาก ยูเนสโก เพราะมีสิ่งที่โดดเด่นหลายอย่างรวมอยู่ในเมืองแห่งนี้ โดยเฉพาะปราสาท Český Krumlov อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 13 ยืนเด่นอยู่ริมแม่น้ำ VItava ที่ไหลผ่านเมืองเป็นรูปตัว S ผนวกกับตัวเมืองที่ถูกสร้างด้วยศิลปะผสมแบบ Renaissance baroque และ Gothic อันเป็นส่วนผสมที่ลงตัว และทำให้เมืองแห่งนี้ดูสวยแปลกตาจากเมืองอื่นๆ และเมื่อมอง เมือง Český Krumlov จากมุมสูงจะเห็นว่าทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยหลังคาสีส้มแดง จนทำให้ Český Krumlov ได้สมญานามว่า เมืองไข่มุกแห่งแค้วนโบฮีเมีย

7. เมือง Lake Como ประเทศอิตาลี Lake como เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่มากครับมีรูปร่างเหมือนตัว Y กลับหัว และมีเมืองเล็กเมืองน้อยรอบทะเลสาบเยอะมาก อยู่ห่างจากสนามบินและเมืองมิลานราว 1 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับว่าจะเดินทางไปจุดไหนของทะเลสาบ) … จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันก็คือเมืองบริเวณตอนกลางของทะเลสาบที่เรียกว่า mid-lake ได้แก่ Menaggio, Varenna, Bellagio รวมถึง Lenno ซึ่งเป็นที่ตั้ง Villa del Balbianello วิลล่าชื่อดังที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ Hollywood หลายเรื่อง อาทิ James bond 007, Star war เป็นต้น

8. เมือง Bled ประเทศสโลวีเนีย เมือง Bled เมืองแห่งปราสาท(โบสถ์) ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ที่แสนจะโรแมนติก อยู่ท่ามกลางหุบเขาจูเลียนแอลป์ ประเทศสโลวีเนีย ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาสโลวีเนีย ต้องไม่พลาดไปชมสถานที่แห่งนี้ เพราะทะเลสาบเบลดเกิดจากการละลายตัวของธารน้ำแข็ง ของภูเขาจูเลียนแอลป์ รวมถึงแหล่งน้ำธรรมชาติจากใต้ดิน จนเกิดเป็นทะเลสาบกว้าง 1380 เมตร ยาว 2120 เมตรและลึก 30 เมตร จุดเด่นและความสวยงามของทะเลสาบเบลด คือมีเกาะอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์พระแม่มารีย์ของเหล่านักแสวงบุญ โดยผู้มาเยือนสามารถเข้าชมโบสถ์และหอคอยกลางทะเลสาบเบลดได้ ด้วยการว่าจ้างเรือไม้โบราณ จากท่าเรือจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 99 ขั้น ซึ่งที่นี่มีประเพณีท้องถิ่นสโลวีเนี่ยน เชื่อกันว่าคู่สมรสใหม่ให้ฝ่ายชายอุ้มฝ่ายหญิงปีนบันได 99 ขั้นนี้ และฝ่ายหญิงจะต้องไม่ส่งเสียงดังใดๆ จะทำให้ชีวิตสมรสจะรักกันยืนยาว ส่วนที่โบสถ์กลางน้ำยังมีกระดิ่งที่เชื่อกันว่าใครได้ไปสั่นแล้วจะโชคดี

9. เมือง Olden ประเทศนอร์เวย์ Olden เป็นหมู่บ้านและเขตเมืองในเขตเทศบาล Stryn ใน Vestland มณฑลประเทศนอร์เวย์ Olden ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำ Oldeelva ทางเหนือสุดของหุบเขา Oldedalen บนชายฝั่งทางใต้ของ Nordfjorden ตั้งอยู่ประมาณ 6 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน Loen ขับรถ 16 กิโลเมตรไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของศูนย์เทศบาล

10. เมือง Interlaken ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อินเทอร์ลาเคิน เป็นเมืองในรัฐแบร์นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองอินเทอร์ลาเคินตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงแบร์นไปราว 56 กิโลเมตร อยู่บริเวณเชิงเขาทางเหนือของเทือกเขาสวิตแอลป์ เป็นเมืองทางผ่านที่จะขึ้นไปยังยอดเขายุงเฟรายอคซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปที่เข้าถึงได้ด้วยรถไฟและด้วยภูมิศาสตร์ของเมืองที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลสาบทุนและทะเบสาบบรีนซ์ และมีแม่น้ำอาเรเชื่อมทั้งสองทะเลสาบตัดผ่ากลางเมือง ด้วยประการฉะนี้ทำให้อินเทอร์ลาเคินกลายเป็นหนึ่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆของประเทศ

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these